วัคซีนเล่มสีชมพู – ดร. เชอร์รี เทนเพนนี

0
2384
วัคซีนเล่มสีชมพู
วัคซีนเล่มสีชมพู

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี

ดร. เชอร์รี เจ. เทนเพนนีเป็นแพทย์ด้านโรคกระดูก ซึ่งได้รับการรับรองในสาขาเวชศาสตร์โรคกระดูก และมีใบรับรองความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์บูรณาการ ท่านได้รับการรับรองจากคณะกรรมการด้านการแพทย์ฉุกเฉินตั้งแต่ปี 1986 ถึง 1998 เมื่อทำงานเป็นแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินเต็มเวลา และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์การบาดเจ็บระดับ II

ผู้ก่อตั้ง Tenpenny Integrative Medical Center คลินิกตั้งอยู่ใกล้กับคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ คลินิกของท่านนำเสนอแนวทางการรักษาแบบองค์รวมที่เป็นธรรมชาติในการรักษาโรค ความสำเร็จของท่านดึงดูดผู้ป่วยจากทั้งหมด 50 รัฐและอย่างน้อย 17 ประเทศ

ดร. เทนเพนนีใช้เวลามากกว่า 24 ปีและใช้เวลามากกว่า 40,000 ชั่วโมงในการค้นคว้า บันทึก และเปิดเผยปัญหาที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ท่านป็นวิทยากรประจำในการประชุมระดับชาติและระดับนานาชาติ และเป็นแขกประจำในรายการวิทยุ พอดแคสต์ และรายการทีวี โดยแบ่งปันข้อมูลที่ได้รับการวิจัยอย่างสูงของท่านว่าเหตุใดเราจึงควรปฏิเสธวัคซีน

เว็บไซต์ ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : https://drtenpenny.com

อ่านบทสนทนาที่ถอดเสียงและแปลไทยจากคลิป

เริ่มบทสนทนาในคลิป

อดิเทพ : ท่านเคยบอกหลายครั้งแล้ว แม้แต่ในการสัมภาษณ์ครั้งก่อนของเรา ท่านบอกว่าเราไม่ควรฉีดวัคซีนใดๆ เลย ยกเว้นอันที่ต้องฉีด เมื่อถูกสุนัขหรือแมวกัด

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : คุณมีความจำที่ดีมากเลย

อดิเทพ : แต่แล้ว พ่อแม่ก็ยังกลัว และเมื่อเขารู้ว่าวัคซีนอันตราย และเมื่อเราไม่พูดถึงวัคซีนทีละอย่าง มันก็จะเกิดความกลัวเสมอ ผมเลยคิดว่าจะหยิบวัคซีนมาทีละตัว และขอรบกวนท่านแสดงความคิดเห็น 1-2 นาที สำหรับวัคซีนแต่ละตัว มันจะละเอียดหน่อย แต่มันจะขจัดความกลัวออกไปให้หมดเสียที

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด

อดิเทพ : ขอบคุณครับ

อดิเทพ : ในไทย เรามีสมุดสีชมพูซึ่งเป็นแนวทางสำหรับผู้ปกครอง ในการฉีดวัคซีนให้ลูกๆ ผมจะหยิบมาทั้งหมด

1. วัคซีน บีซีจี BCG

อดิเทพ : มีวัคซีน บีซีจี BCG ผมรบกวนท่านแสดงความคิดเห็นได้ไหมครับ

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : ฉันไม่ได้ใช้เวลากับ BCG มากนักเพราะพวกเขาไม่ได้ใช้มันในสหรัฐอเมริกา แต่ส่วนที่ฉันศึกษามา แสดงให้เห็นชัดเจนว่า มันไม่ได้ป้องกันวัณโรค อีกอย่างนึง.. เขาฉีดให้เด็กตั้งแต่แรกเกิด และฉันรู้ว่าในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันเป็นข้อกำหนด มันควรจะหยุดการแพร่เชื้อ แต่ก็ไม่ได้หยุดการติดเชื้อ ฉันคิดว่าพวกเขาพัฒนาวัคซีนในปี 1940 หรืออาจจะก่อนหน้านั้น และพวกเขาก็ยังใช้มันอยู่โดยไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ไม่ได้อัปเดตอะไรเลย จากสิ่งที่ฉันจำได้จากการอ่านเรื่องวัคซีนนี้ ไม่ได้ช่วยป้องกันการติดเชื้อวัณโรค

อดิเทพ : แปลว่ามันไม่ได้ผลใช่ไหมครับ

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : มันไม่ได้ผลทั้งหมดเลยคะ จริงๆ 

2. วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี นั่นเป็นเรื่องที่ยาว ฉันจะพูดสั้นๆ โรคตับอักเสบบีคือการติดเชื้อที่แพร่ระบาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้หญิงจำนวนมากเป็นโรคตับอักเสบบี

มันคือ… มันเป็นสองสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

1) แม่ไม่มีโรคตับอักเสบบี แต่พวกเขา (วงการยา) ต้องการให้วัคซีนแก่ทารก เพราะพวกเขาคิดว่าทารกจะติดเชื้อจากที่ไหนสักแห่ง นั่นไม่ใช่เรื่องดีที่จะทำ อันที่จริงฉันพูดตั้งแต่วัคซีนออกมาในปี 1991 ฉันพูดว่าถ้าฉันรวยและไม่มีอะไรทำ  ฉันจะใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตเพื่อพยายามกำจัดวัคซีนตัวนี้ เพราะมันเป็นพิษ มันสร้างความเสียหาย และไม่จำเป็นเลย 

2) ทีนี้ถ้าแม่เป็นโรคตับอักเสบบี มีข้อสันนิษฐานว่าทารกจะติดเชื่อจากแม่โดยอัตโนมัติ ผ่านรกและทารกจะติดเชื้อตับอักเสบบีออกมา และผลการวิจัยพบว่า นั้นไม่เป็นความจริง อันที่จริง รกจะช่วยปกป้องทารกจากการติดโรคตับอักเสบบี  ดังนั้นพวกเขาต้องการให้ลูกน้อยของคุณเข้ารับการรักษาครั้งใหญ่โดยใช้  แอนติบอดี Hep B Ig (โกลบูลินภูมิคุ้มกันโรคตับอักเสบบี) ซึ่งพวกเขาเรียกว่า (HBIG) [Hep B Ig ( Hepatitis B immune globulin)  antibody (HBIG) ] และพวกเขาทำสิ่งต่างๆ มากมายกับเด็กๆ เหล่านั้น 

หากแม่ของพวกเขาตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบีล่วงหน้า นั่นเป็นเรื่องยาว ฉันไม่อยากใช้เวลาที่เหลือคุยแต่เรื่องนี้ แต่ถ้าพ่อแม่หรือคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด ‘ไม่เป็น’ ตับอักเสบบี ลูกของคุณไม่จำเป็นต้องเป็นตับอักเสบบี โรคตับอักเสบบีเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ได้ติดต่อทางอากาศ  มันไม่แพร่เชื้อทางน้ำลาย หรือผ่านการใช้แปรงสีฟันร่วมกัน แม้ว่าพวกเขาจะบอกคุณแบบนั้นก็ตาม มันเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่ติดต่อโดยการมีเพศสัมพันธ์ หรือ ใช้เข็มที่ปนเปื้อนร่วมกัน และฉันไม่คิดว่าทารกแรกเกิดของคุณจะทำอะไรพวกนั้น ดังนั้น จึงไม่ใช่วัคซีนที่จำเป็น

3. วัคซีน DTP

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : วัคซีน DTP มีมา … หากเขาใช้วัคซีนเซลล์ทั้งหมด (Whole Cell) ในวัคซีนโรคไอกรน ในประเทศไทย นั่นจะเป็นวัคซีนที่แย่กว่าอีก วัคซีนโรคคอตีบ… อุบัติการณ์ของโรคคอตีบทั่วโลกเกือบเป็นศูนย์

โรคบาดทะยักมาจากบาดแผลที่ปนเปื้อน ซึ่งพบได้บ่อยในแอฟริกา เพราะอะไรบางอย่างในวัฒนธรรมของพวกเขา สิ่งที่พวกเขาทำคือ เมื่อทารกเกิด พวกเขาตัดรกออก พวกเขาจะใช้ขี้วัวปิดข้างเด็ก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามที่พวกเขาคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี แต่วัวและม้าเป็นพาหะที่ดีของแบคทีเรีย คลอสทริเดียม (Clostridium) ซึ่งเป็นสาเหตุของบาดทะยัก และเพราะแผลสดและมีเลือดไหล สปอร์นั้นอาจเข้าไปในทารก และทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ‘บาดทะยักในทารกแรกเกิด’ ‘Neonatal Tetanus’ ซึ่งอันตรายถึงชีวิตอย่างมากและสม่ำเสมอ แต่คุณจะเห็นสิ่งนี้เฉพาะในกลุ่มประชากรนั้นเท่านั้น

ดังนั้นบริษัทวัคซีนจึงตัดสินใจว่า แม้ว่าโรงพยาบาลสมัยใหม่จะตัดรกด้วยมีดหรือกรรไกรที่ปลอดเชื้อ และบางครั้งก็เย็บที่ปลายรกด้วย และอาจใส่ยาปฏิชีวนะ แต่ไม่ใช่ขี้วัว ทารกจะไม่เป็นโรคบาดทะยักทารกแรกเกิด วัคซีนจึงไม่จำเป็นจริงๆ 

วัคซีนโรคไอกรนทั้งเซลล์ (Whole Cell) เป็นวัคซีนดั้งเดิมที่ผลิตขึ้นในช่วงทศวรรษปี ค.ศ. 1920 นั่นคือวัคซีน ทั้งเซลล์ (Whole Cell) ที่พวกเขาใช้แบคทีเรียไอกรน ซึ่งทำให้เกิดอาการอักเสบอย่างมาก

และเป็นเวลา 60ปี … 60ปี ทุกปีจะมีการศึกษาวิจัย 2 หรือ 3 หรือ 4 ฉบับใหม่ออกมา ที่แสดงให้เห็นว่า วัคซีนไอกรนทั้งเซลล์ (Whole Cell) ทำให้สมองถูกทำลาย ที่อเมริกาเลิกใช้ทั้งเซลล์ (Whole Cell) ไปแล้ว หันมาใช้ แบบเซลล์ลูล่าร์ (Cellular) ซึ่งกำจัดส่วนที่ก่อการอักเสบที่มาจากผนังเซลล์ของแบคทีเรีย เขาเปลี่ยนจากเซลล์ทั้งหมด (Whole Cell) ซึ่งก็คือส่วน wp (วัคซีน DTwp)ในปี 2000 ซึ่งก็คือ 20 ปีที่แล้ว และใช้เฉพาะไอกรนแบบเซลล์ลูล่าร์ (Cellular) เท่านั้น จากนั้นมา

มันยังสามารถทำลายสมองและทำให้เกิดการอักเสบได้ แต่โอกาสเกิดน้อยกว่ามาก หากคุณอยู่ในประเทศไทยและถูกบังคับให้รับวัคซีน DTP  ให้ขอวัคซีนแบบเซลล์ลูล่าร์ (Cellular) เพราะแบบทั้งเซลล์ (Whole Cell) จะสร้างความเสียหายได้มากกว่ามาก

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : หน้านี้คือวัคซีนผสม และเหตุผลที่พวกเขาพัฒนาวัคซีนผสม… น่าจะเป็นช่วงปี 2000… พ่อแม่เริ่มรู้ทันเรื่องวัคซีน ในความเป็นจริงประมาณปี 2013 – 2014 (2556 – 2557) เขาผ่านกฏหมายใหม่ ยึดสิทธิ์ประชาชนในการปฏิเสธวัคซีนในแคลิฟอร์เนียปี 2015 (2558) เพราะพ่อแม่จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ปฏิเสธวัคซีน หรือไม่ก็คัดเลือกว่าจะให้ลูกรับวัคซีนตัวไหนบ้าง หรือพวกเขาต้องการกระจายออกไปมากกว่านี้  “โอเค ฉันยอมให้ลูกฉีดวัคซีน แต่ไม่ต้องการให้ฉีด 7 เข็มในวันเดียว” อุตสาหกรรมยาเลยบอกว่า ว้าว แทนที่จะฉีดวัคซีน 7 เข็มให้เด็ก… ถ้าเรารวมวัคซีน 7 เข็มรวมเป็น 1 เข็ม พ่อแม่คงคิดว่าลูกได้รับวัคซีนเพียง 1 เข็มเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง พวกเขากำลังได้รับวัคซีนหลายตัว แต่ฉีดเพียงครั้งเดียว นั้นคือวัคซีนผสมเหล่านี้ เช่นอันแรกด้านบน  (DTP-HB-Hib) นั้นคือที่มาที่ไป

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : คุณต้องการให้ฉันพูดถึงอะไรต่อค่ะ

อดิเทพ: เอ่อ..ผมจะไปอันต่อไปครับ..ตัวที่ 4. ​เบอร์ 4 ครับ จนถึงตอนนี้ ตำตอบคือ ‘ไม่’ สำหรับวัคซีนทั้งหมดใช่ไหมครับ ยกเว้นอันที่ 2 (วัคซีนตับอักเสบ บี) ซึ่งมันซับซ้อน และ ต้องการการวิจัยเพิ่มเติม

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : เราต้องการการสนทนาเพิ่มเติม ฉันมีหลักสูตรทั้งหมดบนเรื่องนี้ใน learning4you.org ไม่ใช่ภาษาไทย เป็นภาษาอังกฤษ มีหลักสูตรทั้งหมดเกี่ยวกับวัคซีนตับอักเสบบี มันเป็นการสนทนาที่ยาว พูดคุยเป็นชั่วโมงเพียงเรื่องเดียว 

4. วัคซีน Hib 

อดิเทพ: ผมเข้าใจครับ
ต่อไป ตัวที่ 4 คือ วัคซีน Hib 

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : นั่นคือการติดเชื้อของแบคทีเรีย วัคซีนถูกนำเข้าสู่ตลาดในปี พ.ศ. 2534 (1991) ในสหรัฐอเมริกา มันคือแบคทีเรียชนิดนี้ ที่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้เกิด การติดเชื้อที่หูและเยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี

เมื่อพวกเขาเริ่มใช้วัคซีน พวกเขาก็กำจัดแบคทีเรียนั้นออกไป ฉันหมายความว่า มัน (แบคทีเรีย) ไม่ได้มีอยู่อีกด้วยซ้ำ มันถูกกำจัดไปแล้ว วัคซีนไม่จำเป็นแล้ว คุณรู้ไหมในอินเดีย..เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว อาจจะนานกว่านั้นนิดหน่อย มูลนิธิเกตส์ต้องการฉีดวัคซีน Hib จำนวนมากในอินเดีย และกุมารแพทย์ไม่ยอม (ดีสำหรับพวกเขา) และบอกว่า 

” ไม่ เราจะไม่ทำอย่างนั้น ไม่มีเหตุผลใดที่เด็กเหล่านี้จะได้รับวัคซีนนี้ นี่ไม่ใช่เชื้อที่ติดกันในประชากรของเรา มันไม่ใช่วัคซีนที่จำเป็นจริงๆ” 

พวกเขาปฏิเสธและไม่อนุญาตให้มีการฉีด

นี่คืออีกสิ่งหนึ่งที่ฉันต้องการชี้ให้เห็นเกี่ยวกับวัคซีน เมื่อวัคซีนได้ไปอยู่บนตารางการฉีดสำหรับเด็กแล้ว แม้ว่าเชื้อจะหมดไปแล้วก็ตาม เช่นโรคอีสุกอีใส แม้ว่าไวรัสโรคอีสุกอีใสจะเป็นเพียงชนิดเดียวที่เป็นพาหะของโรคอีสุกอีใส และวัคซีนโรคอีสุกอีใสออกมาในปี พ.ศ. 2538 (1995) และถึงแม้จะไม่อยู่แล้วก็ตาม เด็กๆ ไม่เป็นโรคอีสุกอีใสอีกแล้วก็ตาม พวกเขายังคงมันไว้ เด็กๆ ยังได้รับวัคซีน 2 เข็ม

เมื่อมีการผลิตวัคซีนและได้ไปอยู่ในเล่มแล้ว จะไม่มีการถอนออก ไม่ว่ามันจะจำเป็นหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าเชื้อจะยังคงอยู่หรือไม่ก็ตาม

5. วัคซีนโปลีโอ

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : โปลิโอ..มีเพียง 4 ประเทศในโลกที่ยังมีโรคโปลิโอและเป็นประเทศยากจน และทำไม.. อีกแล้ว.. เช่นสหรัฐฯ​ ไม่มีโรคโปลิโอมาตั้งแต่ปี 2534 (1991) แต่เด็กๆ ที่นี่ ยังคงได้รับวัคซีนโปลิโอ 5 เข็ม ประเทศที่มีร่องรอยของโรคโปลิโอในโลก ฉันคิดว่าอัฟกานิสถาน ตอนเหนือของปากีสถาน และอาจมีเพียง 5 เคสต่อปี แต่เราก็จะมอบวัคซีนให้ล้านๆคน

และนั่นคือการสนทนาอีกเป็นชั่วโมง โปลิโอไม่ใช่คำพ้องของอัมพาต/พิการ แม้ช่วงที่ยังมีโรคโปลิโอเกิดขึ้นมาก 98% ของผู้ติดเชื้อโปลีโอ หายจากโรคได้และไม่มีอาการเป็นอัมพาต/พิการเลย เราทำให้พ่อแม่กลัวจนคิดว่าโปลิโอเป็นคำพ้องของอัมพาต แต่มันไม่ใช่

ในอินเดีย.. ประเทศอันกว้างใหญ่.. เมื่อพวกเขาทำให้อินเดียปลอดโรคโปลิโอ (ด้วยวัคซีน) ถัดไป 3-5 ปี พวกเขาติดโรคคล้ายโปลิโอซึ่งอันตรายถึงชีวิตมากขึ้น แล้วกุมารแพทย์ในอินเดียก็ออกมาบอกว่า ‘’ทำไมเราถึงทำเช่นนี้” ก่อนหน้านี้ ที่เรามีโรคโปลิโอ เราจะมีเด็กไม่กี่คนต่อปี ที่เป็นอัมพาตระยะสั้น นั่นเป็นอีกหัวข้อหนึ่ง เมื่อเด็กๆ มีอาการอัมพาตที่ขาข้างใดข้างหนึ่ง ส่วนใหญ่จะฟื้นตัวภายในเวลา 2 ปี  ดังนั้นคุณจะมีจำนวนเด็กน้อยมากที่จะเป็นอัมพาตตลอดชีวิต

มัน (โปลีโอ) ไม่ใช่คำพ้องของอัมพาต มัน (วัคซีน) ไม่จำเป็น

6. วัคซีนโรต้า

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : ไวรัสโรต้าเป็นไวรัสอีกชนิดหนึ่งที่เด็กทุกคนจะติดได้เมื่ออายุ 2 ขวบ เชื้อมันมาและไป เด็กๆ จะท้องเสียเป็นเวลาสองสามสัปดาห์ คุณปฏิบัติด้วยของเหลว คุณให้พวกเขาอาหารอ่อน ดูแลความเสี่ยงของภาวะขาดน้ำ เขาจะฟื้นตัวเต็มที่และมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต เด็กเกือบทุกคนมีการติดเชื้อนี้ซักช่วงในชีวิต วัคซีนโรต้า ไม่จำเป็น ฉันคิดว่าเป็น Rotatrix ที่ถูกนำออกจากตลาด เพราะว่า มันทำให้เกิดปัญหาร้ายแรง

7. วัคซีนหัด คางทูม และหัดเยอรมัน

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : วัคซีนหัด คางทูม และหัดเยอรมันเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราสามารถพูดคุยกันได้เป็นชั่วโมง แต่สิ่งสำคัญคือ.. โรคหัดไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต “ไม่อันตราย” และฉันต้องการเน้นย้ำให้ผู้ชมของคุณ คางทูมและหัดเยอรมัน “ไม่” เป็นอันตรายถึงชีวิต เป็นเพียงการติดเชื้อเล็กน้อย ฉันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าทำไมเราถึงฉีดวัคซีนป้องกันพวกมัน โรคหัด คือ ไข้ ไอ ผื่น น้ำตาไหล ไข้สูง มาแล้วไปใน 2 สัปดาห์ จะมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต และหากเด็กหญิงติดเชื้อหัด เธอก็จะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต เมื่อโตขึ้นแล้วมีลูก แอนตี้-บอดี้ จะอยู่ในน้ำนมที่ช่วยปกป้องลูกน้อยของเธอ การฉีดวัคซีนป้องกันไม่ให้เด็กเป็นโรคหัด เมื่ออายุมากขึ้นจะไม่ผลิตแอนติบอดีในน้ำนมแม่ เมื่ออายุมากขึ้นเขาจะไม่ผลิตแอนติบอดีในน้ำนมแม่เพื่อปกป้องลูกของเขา หรือแอนติบอดีที่ผลิตขึ้นก็ตาม จะมีข้อบกพร่อง พวกมันไม่ป้องกันการติดเชื้อ 

8. วัคซีนไข้สมองอักเสบญี่ปุ่น

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : เราไม่ได้ใช้วัคซีนนี้เลยในสหรัฐอเมริกา พวกเขาฉีดให้เฉพาะทหาร ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะไปประเทศไหน ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลยจริงๆ 

9. วัคซีนไข้หวัดใหญ่

ดร. เชอร์รี เทนเพนนี : วัคซีนไข้หวัดใหญ่ใช้งานไม่ได้.. จบ  มันไม่ได้ผลอย่างแน่นอน…ไม่เคยเลย วัคซีนนี้ยังคงมีสารปรอทอยู่ ดังนั้นคุณได้รับสารปรอท เพื่อป้องกันสิ่งที่มันป้องกันไม่ได้

10. และวัคซีน HPV เราก็พูดถึงเรื่องนี้ไปแล้ว

อดิเทพ : ขอบคุณครับ ดร. เชอร์รี เทนเพนนี วันนี้ผมใช้พลังงานของท่านไปเยอะมาก

————————————————-

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ เพื่อรับการแจ้งเตือนทางไลน์ เมื่อเราลงคลิปใหม่ๆ

เพิ่มเพื่อน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here